จัดทำบทความโดย นาย ภานุ เหลืองมณีโรจน์ เลขทะเบียน 48210177
กูรูเศรษฐกิจแนะทุกฝ่ายตั้งรับปัญหาวิกฤติการเงินโลก 'สมคิด'หนุนแนวคิดลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายและเร่งการใช้จ่ายของรัฐบาล ด้านแบงก์ชาติยอมรับเริ่มมีแรงกดดันสภาพคล่องตึงตัวมากขึ้นในอนาคต แย้มประชุมกนง.3 ธ.ค.นี้ให้น้ำหนักต่อความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจมากกว่าอัตราเงินเฟ้อที่ชะลอตัวลงแล้ว ล่าสุดจับตาบ.ยักษ์ข้ามชาติส่งเงินปันผลกลับ ฉุดขาดดุลบัญชีเดินสะพัด
ศาสตราพิชาน ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ปาฐกถาพิเศษหัวข้อ "ความสำคัญของการวิจัยยุทธศาสตร์และวิเคราะห์ความเสี่ยงในภาวะวิกฤตไทย วิกฤตโลก" ในงานเสวนาพิเศษ "ยุทธศาสตร์ธุรกิจภายใต้วิกฤตไทย วิกฤตโลก" ที่จัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สภาธุรกิจตลาดทุนไทย และคณะบริหารธุรกิจ นิด้า (NIDA Business SCHOOL) เมื่อวันอังคารที่ 11 พฤศจิกายน 2551 ว่า วิกฤติทางการเงินในสหรัฐฯได้ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างรวมถึงประเทศไทย ในภาวะที่เศรษฐกิจชะลอตัว การใช้จ่ายงบประมาณของภาครัฐจะมีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะการดำเนินนโยบายทางการเงินอาจมีข้อจำกัด อยากให้รัฐบาลไทยศึกษาตัวอย่างจากประเทศจีนที่มีการอัดฉีดเงิน 20 ล้านล้านบาท เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและวางโครงสร้างพื้นฐานทั้งภาคเกษตร และสาธารณูปโภค โดยเห็นว่าควรพยายามให้การใช้จ่ายในระยะสั้นสอดคล้องกับการพัฒนาในระยะยาว ซึ่งก็จะเป็นการทำให้การใช้เงินเป็นประโยชน์อย่างสูงสุด ส่วนการที่จะอัดฉีดเงินงบประมาณ 100,000 ล้านบาท ควรเน้นที่ภาคเกษตร ท่องเที่ยว และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ส่วนประเด็นเรื่องของอัตราดอกเบี้ยนั้น เห็นว่าเรื่องดังกล่าวธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะต้องดูแล โดยเชื่อว่าการลดอัตราดอกเบี้ยจะเป็นการผ่อนคลายภาระให้กับภาคเอกชนได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องควบคู่ไปกับนโยบายการคลัง
ด้านดร.บัณฑิต นิจถาวร รองผู้ว่าการสายเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ระบบสถาบันการเงินของไทยมีความเข้มแข็งพอทัดทานผลกระทบที่เกิดขึ้นเป็นระลอกๆได้อย่างดี ด้านสภาพคล่องได้เตรียมการไว้พอสมควรและอยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่หากมองไปในระยะสั้นๆ แรงกดดันต่อสภาพคล่องในระบบจะสูงขึ้นจากความเหลื่อมล้ำของอัตราการเติบโตของสินเชื่อและเงินฝาก โดยล่าสุดในเดือนกันยายนสินเชื่อขยายตัวถึง 10.8% ขณะที่เงินฝากขยายตัวเพียง 1.4% นอกจากนี้ยังมาจากการที่ภาคเอกชนไทยที่เคยกู้ยืมเงินในต่างประเทศหันกลับเข้ามากู้ยืมเงินในประเทศมากขึ้นจากภาวะการตึงตัวของตลาดเงินในต่างประเทศ ซึ่งภาพรวมธปท.ก็จะเข้าไปดูแลไม่ให้สภาพคล่องมีความผันผวนหรือเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่วนทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายในระยะต่อไปนั้น ขณะนี้แรงกดดันด้านอัตราเงินเฟ้อปรับตัวต่ำจากราคาน้ำมันโลกที่ปรับลดลง ขณะที่ความเสี่ยงด้านการเติบโตทางเศรษฐกิจมีสูงขึ้นซึ่งระบบเศรษฐกิจอาจต้องการการสนับสนุนมากขึ้นจากนโยบายการเงิน ดังนั้นในระยะต่อไปจะต้องพยายามทำให้อัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ในภาวะที่สนับสนุนให้เศรษฐกิจสามารถเติบโตได้อย่างมีเสถียรภาพ ทางด้าน นางสุชาดา กิระกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายตลาดการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวยอมรับว่า นับตั้งแต่เกิดวิกฤติการเงินโลก มีธุรกิจที่ขออนุญาตนำเงินกลับประเทศมากขึ้น เป็นทั้งกรณีที่กิจการแม่เคยส่งให้กู้กับบริษัทลูก และบริษัทลูกส่งคืนบริษัทแม่ แต่หากเป็นกิจการที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฯก็ไม่มีจำกัด อย่างไรก็ตามขณะนี้ที่ขออนุญาตมาที่ธปท.มีบริษัทขนาดใหญ่ (Multinational cooperation) ประมาณ 1-2 ราย ซึ่งเป็นการขอนำเงินออกไปเพื่อคืนบริษัทแม่ หรือเป็นการช่วยบริษัทแม่ที่ถูกผลกระทบจากวิกฤติการเงินในช่วงที่ผ่านมา มีการส่งออกปันผลมากขึ้น ส่งผลให้ตัวเลขดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุล หรือเห็นได้จากตัวเลขเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (Foreign Direct Investment) ที่ลดลง เพราะส่วนหนึ่งเป็นเงินปันผลที่ออกไป (Re-Invest) จากในอดีตที่ธุรกิจมีปันผลส่วนหนึ่งที่เก็บไว้ในประเทศ แต่ส่วนนี้มีออกไป ทำให้ตัวเลขเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศลดลงไปด้วย
ทั้งนี้ ไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ (ก.ค.-ก.ย.) ดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุล 2,461 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นผลจากดุลการค้าขาดดุล 1,296 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากการนำเข้าที่เร่งตัวขึ้นมากกว่าการส่งออก ขณะที่ดุลบริการ รายได้และเงินโอนขาดดุล 1,166 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เนื่องจากรายได้จากการท่องเที่ยวชะลอตัวลง และมีการส่งกลับกำไรและเงินปันผลของภาคเอกชนเพิ่มขึ้นมากกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน
อนึ่ง ดุลบริการ รายได้ และเงินโอน ขาดดุลต่อเนื่องตั้งแต่เดือนเม.ย. ขาดดุล 87.63 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เดือนพ.ค. ขาดดุล 761.77 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เดือนมิ.ย. ขาดดุล 591.25 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เดือนก.ค. ขาดดุล 143.54 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เดือนส.ค.ขาดดุล 177.47 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และเดือนก.ย.ที่ขาดดุลสูงถึง 845 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ถึงแม้ว่าในเดือนดังกล่าวดุลการค้าจะเกินดุล142 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แต่เมื่อรวมกับดุลบริการ รายได้และเงินโอนที่ขาดดุล 845 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ทำให้ดุลบัญชีเดินสะพัดเดือนก.ย.2551 ขาดดุล 703 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ )
ที่มา http://www.thannews.th.com/detialnews.php?id=T1623741&issue=2374 (หนังสือพิมพ์ฐานเศตรษฐกิจฉบับ2374)
คำถาม
1.ใครเป็นผู้ที่สนับสนุนแนวคิดลดอัตราดอกเบี้ยและเร่งการใช้จ่ายของรัฐบาล
2. ประเทศไทยได้ศึกษาการใช้งบประมาณจากประเทศใด และควรใช้งบประมาณด้านใดบ้าง
3. ในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ ดุลบัญชีเดินสะพัดเป็นอย่างไรจงอธิบาย
วันอังคารที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551
วันพฤหัสบดีที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551
การบริหารเงินสด
จัดทำบทความโดย นาย มงคล เชื้อวงษ์ เลขทะเบียน 48210185
การบริหารเงินสด
“เงินสด” (Cash) หมายถึง เงินสดในมือ และเงินฝากธนาคารทุกประเภท แต่ไม่รวมเงินฝากประเภทที่ต้องจ่ายคืน เมื่อสิ้นระยะเวลาอันกำหนดไว้ เงินสดในมือรวมถึง เงินเหรียญ ธนบัตร เช็คที่ยังมิได้นำฝาก เช็คเดินทาง ดราฟต์ของธนาคาร และธนาณัติ หรือหมายถึงสินทรัพย์ต่างๆ ที่กิจการสามารถนำไปใช้จ่ายได้ทันทีที่ต้องการ เช่น ธนบัตร เหรียญกษาปณ์ ตลอดจนสิ่งที่ใกล้เคียงกับเงินสด เช่น เงินฝากเผื่อเรียก เป็นต้น
การบริหารเงินสด (Cash Management) เป็นการบริหารที่เกี่ยวข้องกับประสิทธิภาพในการเก็บรวบรวมเงินสด การจ่ายเงินสด และการลงทุนในหลักทรัพย์ชั่วคราวของเงินสด ผู้จัดการทางการเงิน มีหน้าที่รับผิดชอบระบบการบริหารเงินสดของกิจการ การจัดทำงบประมาณเงินสดเป็นเครื่องมือหนึ่งในการบริหารเงินสด เพื่อใช้พยากรณ์ความต้องการเงินสดในอนาคตและการควบคุม การดำเนินการต่างๆ ให้เป็นไปตามงบประมาณ นอกจากนี้งบประมาณเงินสดของกิจการต้องรายงานข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เช่นรายการค้าที่เกิดขึ้นในแต่ละเดือน จำนวนเงินสดคงเหลือในบัญชี รายการจ่ายเงินสด ยอดเงินคงเหลือในแต่ละเดือน จำนวนเงินสด คงเหลือในบัญชี รายการจ่ายเงินสด ยอดเงินสดคงเหลือในแต่ละเดือน เป็นต้น ดังนั้นจะเห็นได้ว่าข้อมูลต่างๆ นี้มีความจำเป็นในการบริหารเงินสดของธุรกิจมาก ซึ่งระบบการรายงานข้อมูลที่ดีจะช่วยให้ธุรกิจสามารถบริหารเงินสดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- วัตถุประสงค์ในการบริหารเงินสด
คือเพื่อให้กิจการมีสภาพคล่องและกำไร หมายถึงผู้จัดการการเงินต้องพยายามลดเงินสดส่วนเกินหรือเงินสดที่เหลือไว้โดยเปล่าประโยชน์ (Idle Cash) ให้มีน้อยที่สุด และใช้ประโยชน์จากเงินสดที่มีอยู่ ให้มากที่สุด กล่าวคือ ผู้จัดการการเงินควรนำเงินสดส่วนเกินไปหาผลประโยชน์ให้มากที่สุด ในขณะเดียวกันก็ต้องรักษาสภาพคล่องทั้งในปัจจุบันและอนาคต
- การบริหารเงินสดสามารถแบ่งออกเป็น 3 ขั้นตอน คือ
1. การกำหนดจำนวนเงินสดในมือที่เหมาะสม
การกำหนดเงินสดในมือที่เหมาะสมนั้นจะต้องพิจารณาถึงต้นทุน และผลประโยชน์ของการที่มีเงินสดไว้ในมือ ตามหลักการของความเสี่ยงและผลตอบแทน ผลประโยชน์ของการมีเงินสดในมือ ก็คือความสะดวกในการมีเงินไว้ใช้จ่าย ส่วนต้นทุนของการถือเงินสดก็คือ ดอกเบี้ยที่จะได้รับจากการที่นำเงินสดนั้นไปฝากไว้ในบัญชีเงินฝากที่มีดอกเบี้ย หรือจากการลงทุนในหลักทรัพย์ที่เปลี่ยนมือง่าย ซึ่งเหตุผลที่บุคคลและกิจการต้องถือเงินสดนั้น มีดังนี้
1.1 ถือเงินสดไว้เพื่อใช้ในการดำเนินธุรกิจประจำวัน
การดำเนินตามปกติของธุรกิจเกี่ยวข้องกับการผลิตการขาย การเรียกเก็บหนี้ และการชำระค่าใช้จ่ายต่างๆ กิจกรรมเหล่านี้เกี่ยวข้องกับเงินสดทั้งสิ้น โดยเริ่มตั้งแต่ซื้อวัตถุดิบใช้แรงงานในการผลิต ขายสินค้าสำเร็จรูป และเมื่อเก็บเงินจากลูกหนี้ ธุรกิจจะได้รับเงินสดมา และจะต้องนำเงินสดนั้นมาชำระค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการผลิต การขายและการบริหาร อาทิเช่น ค่าวัตถุดิบ ค่าแรง เงินเดือนพนักงาน ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ภาษี เงินปันผล กระแสเงินเข้าและออกของธุรกิจนั้นมีเกิดขึ้นไม่พร้อมกัน ธุรกิจจึงจำเป็นต้องถือเงินสดไว้จำนวนหนึ่งเพื่อจ่ายค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกิดขึ้น ระดับของเงินสดในมือก็จะแตกต่างกันไปตามประเภทของธุรกิจ
1.2 ถือเงินสดไว้เพื่อรอจังหวะการลงทุนในอนาคต
ธุรกิจอาจถือเงินสดไว้เพื่อหาประโยชน์ในการเอาส่วนลดการค้า หรือซื้อวัตถุดิบในราคาถูกมากเมื่อมีการลดราคาพิเศษ ในบางครั้งก็อาจหาผลกำไรจากการที่อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเปลี่ยนไป โดยเฉพาะในกรณีของธุรกิจที่มีการค้ากับต่างประเทศ
1.3 ถือเงินสดไว้เพื่อใช้ในกรณีฉุกเฉิน
ในบางครั้ง อาจเกิดเหตุจำเป็นที่ไม่คาดขึ้นที่ทำให้ธุรกิจ จำเป็นต้องใช้เงินสด เช่น น้ำท่วม ไฟไหม้ ธุรกิจจึงจำเป็นต้องกันเงินสดส่วนหนึ่งไว้เพื่อเหตุการณ์ดังกล่าว อย่างไรก็ดี ธุรกิจมักจะถือเงินส่วนนี้ในรูปของหลักทรัพย์ที่เปลี่ยนมือง่ายมากกว่า
นอกจากสาเหตุทั้ง 3 ประการแล้ว ธุรกิจอาจจำเป็นต้องถือเงินสดไว้อีกจำนวนหนึ่งเพื่อเป็นไปตามข้อเรียกร้องของธนาคารพาณิชย์ที่ธุรกิจติดต่ออยู่ โดยถือในรูปของเงินฝากในบัญชีเงินฝากกระแสรายวัน ซึ่งทำให้ธุรกิจสูญเสียโอกาสที่จะนำเงินจำนวนนี้ไปใช้ลงทุนหาผลประโยชน์
2. การจัดเก็บเงินสดและการจ่ายชำระเงินสดอย่างมีประสิทธิภาพ
กิจการควรจะหาวิธีลดระยะเวลาในขั้นตอนการการดำเนินการเกี่ยวกับการชำระเงิน การจัดเก็บเงิน การจัดส่งเอกสารจากผู้ส่งมายังผู้รับเงิน การจ่ายชำระเงิน เป็นต้น ซึ่งประกอบด้วย 2 วิธีดังนี้
2.1 การเร่งเงินสดรับ คือทุกครั้งที่ขายสินค้าหรือให้บริการ กิจการจะต้องเร่งการรับเงินให้เร็วที่สุด
2.2 การชะลอเงินสดจ่าย คือเมื่อซื้อสินค้าหรือบริการ กิจการต้องชำระค่าสินค้าหรือค่าบริการนั้น โดยควรจะยืดเวลาการชำระให้นานที่สุด โดยที่กิจการไม่เสียชื่อเสียงในเรื่องของการชำระค่าสินค้า
3. การนำเงินสดส่วนเกินไปลงทุน
การนำเงินสดส่วนเกินไปลงทุน กิจการควรจะหาหนทางเพื่อลงทุนในสินทรัพย์หมุนเวียนบางประเภท ที่จะสามารถรักษาทั้งสภาพคล่อง ความเสี่ยงน้อย และมีผลตอบแทนที่ควรจะได้รับ จะเห็นได้ว่า เงินสดเป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่งในการดำเนินธุรกิจ หากกิจการบริหารเงินสดไม่ดีไม่มีประสิทธิภาพ กิจการจะมีปัญหา ดังนั้นเจ้าของกิจการจะต้องให้ความสนใจ ควบคุมดูแล เอาใจใส่ ในการบริหารเงินสดเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันไม่ให้กิจการได้รับความเสียหาย
ที่มา : http://www.sme.go.th/cms/c/journal_articles/view_article_content?article_id=VC-FINANCE-010908&article_version=1.0
คำถาม
1.การบริหารเงินสด หมายถึง
2.วัตถุประสงค์ของการบริหารเงินสด คือ
3.การบริหารเงินสดแบ่งเป็นกี่ขั้นตอน อะไรบ้าง จงอธิบาย
การบริหารเงินสด
“เงินสด” (Cash) หมายถึง เงินสดในมือ และเงินฝากธนาคารทุกประเภท แต่ไม่รวมเงินฝากประเภทที่ต้องจ่ายคืน เมื่อสิ้นระยะเวลาอันกำหนดไว้ เงินสดในมือรวมถึง เงินเหรียญ ธนบัตร เช็คที่ยังมิได้นำฝาก เช็คเดินทาง ดราฟต์ของธนาคาร และธนาณัติ หรือหมายถึงสินทรัพย์ต่างๆ ที่กิจการสามารถนำไปใช้จ่ายได้ทันทีที่ต้องการ เช่น ธนบัตร เหรียญกษาปณ์ ตลอดจนสิ่งที่ใกล้เคียงกับเงินสด เช่น เงินฝากเผื่อเรียก เป็นต้น
การบริหารเงินสด (Cash Management) เป็นการบริหารที่เกี่ยวข้องกับประสิทธิภาพในการเก็บรวบรวมเงินสด การจ่ายเงินสด และการลงทุนในหลักทรัพย์ชั่วคราวของเงินสด ผู้จัดการทางการเงิน มีหน้าที่รับผิดชอบระบบการบริหารเงินสดของกิจการ การจัดทำงบประมาณเงินสดเป็นเครื่องมือหนึ่งในการบริหารเงินสด เพื่อใช้พยากรณ์ความต้องการเงินสดในอนาคตและการควบคุม การดำเนินการต่างๆ ให้เป็นไปตามงบประมาณ นอกจากนี้งบประมาณเงินสดของกิจการต้องรายงานข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เช่นรายการค้าที่เกิดขึ้นในแต่ละเดือน จำนวนเงินสดคงเหลือในบัญชี รายการจ่ายเงินสด ยอดเงินคงเหลือในแต่ละเดือน จำนวนเงินสด คงเหลือในบัญชี รายการจ่ายเงินสด ยอดเงินสดคงเหลือในแต่ละเดือน เป็นต้น ดังนั้นจะเห็นได้ว่าข้อมูลต่างๆ นี้มีความจำเป็นในการบริหารเงินสดของธุรกิจมาก ซึ่งระบบการรายงานข้อมูลที่ดีจะช่วยให้ธุรกิจสามารถบริหารเงินสดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- วัตถุประสงค์ในการบริหารเงินสด
คือเพื่อให้กิจการมีสภาพคล่องและกำไร หมายถึงผู้จัดการการเงินต้องพยายามลดเงินสดส่วนเกินหรือเงินสดที่เหลือไว้โดยเปล่าประโยชน์ (Idle Cash) ให้มีน้อยที่สุด และใช้ประโยชน์จากเงินสดที่มีอยู่ ให้มากที่สุด กล่าวคือ ผู้จัดการการเงินควรนำเงินสดส่วนเกินไปหาผลประโยชน์ให้มากที่สุด ในขณะเดียวกันก็ต้องรักษาสภาพคล่องทั้งในปัจจุบันและอนาคต
- การบริหารเงินสดสามารถแบ่งออกเป็น 3 ขั้นตอน คือ
1. การกำหนดจำนวนเงินสดในมือที่เหมาะสม
การกำหนดเงินสดในมือที่เหมาะสมนั้นจะต้องพิจารณาถึงต้นทุน และผลประโยชน์ของการที่มีเงินสดไว้ในมือ ตามหลักการของความเสี่ยงและผลตอบแทน ผลประโยชน์ของการมีเงินสดในมือ ก็คือความสะดวกในการมีเงินไว้ใช้จ่าย ส่วนต้นทุนของการถือเงินสดก็คือ ดอกเบี้ยที่จะได้รับจากการที่นำเงินสดนั้นไปฝากไว้ในบัญชีเงินฝากที่มีดอกเบี้ย หรือจากการลงทุนในหลักทรัพย์ที่เปลี่ยนมือง่าย ซึ่งเหตุผลที่บุคคลและกิจการต้องถือเงินสดนั้น มีดังนี้
1.1 ถือเงินสดไว้เพื่อใช้ในการดำเนินธุรกิจประจำวัน
การดำเนินตามปกติของธุรกิจเกี่ยวข้องกับการผลิตการขาย การเรียกเก็บหนี้ และการชำระค่าใช้จ่ายต่างๆ กิจกรรมเหล่านี้เกี่ยวข้องกับเงินสดทั้งสิ้น โดยเริ่มตั้งแต่ซื้อวัตถุดิบใช้แรงงานในการผลิต ขายสินค้าสำเร็จรูป และเมื่อเก็บเงินจากลูกหนี้ ธุรกิจจะได้รับเงินสดมา และจะต้องนำเงินสดนั้นมาชำระค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการผลิต การขายและการบริหาร อาทิเช่น ค่าวัตถุดิบ ค่าแรง เงินเดือนพนักงาน ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ภาษี เงินปันผล กระแสเงินเข้าและออกของธุรกิจนั้นมีเกิดขึ้นไม่พร้อมกัน ธุรกิจจึงจำเป็นต้องถือเงินสดไว้จำนวนหนึ่งเพื่อจ่ายค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกิดขึ้น ระดับของเงินสดในมือก็จะแตกต่างกันไปตามประเภทของธุรกิจ
1.2 ถือเงินสดไว้เพื่อรอจังหวะการลงทุนในอนาคต
ธุรกิจอาจถือเงินสดไว้เพื่อหาประโยชน์ในการเอาส่วนลดการค้า หรือซื้อวัตถุดิบในราคาถูกมากเมื่อมีการลดราคาพิเศษ ในบางครั้งก็อาจหาผลกำไรจากการที่อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเปลี่ยนไป โดยเฉพาะในกรณีของธุรกิจที่มีการค้ากับต่างประเทศ
1.3 ถือเงินสดไว้เพื่อใช้ในกรณีฉุกเฉิน
ในบางครั้ง อาจเกิดเหตุจำเป็นที่ไม่คาดขึ้นที่ทำให้ธุรกิจ จำเป็นต้องใช้เงินสด เช่น น้ำท่วม ไฟไหม้ ธุรกิจจึงจำเป็นต้องกันเงินสดส่วนหนึ่งไว้เพื่อเหตุการณ์ดังกล่าว อย่างไรก็ดี ธุรกิจมักจะถือเงินส่วนนี้ในรูปของหลักทรัพย์ที่เปลี่ยนมือง่ายมากกว่า
นอกจากสาเหตุทั้ง 3 ประการแล้ว ธุรกิจอาจจำเป็นต้องถือเงินสดไว้อีกจำนวนหนึ่งเพื่อเป็นไปตามข้อเรียกร้องของธนาคารพาณิชย์ที่ธุรกิจติดต่ออยู่ โดยถือในรูปของเงินฝากในบัญชีเงินฝากกระแสรายวัน ซึ่งทำให้ธุรกิจสูญเสียโอกาสที่จะนำเงินจำนวนนี้ไปใช้ลงทุนหาผลประโยชน์
2. การจัดเก็บเงินสดและการจ่ายชำระเงินสดอย่างมีประสิทธิภาพ
กิจการควรจะหาวิธีลดระยะเวลาในขั้นตอนการการดำเนินการเกี่ยวกับการชำระเงิน การจัดเก็บเงิน การจัดส่งเอกสารจากผู้ส่งมายังผู้รับเงิน การจ่ายชำระเงิน เป็นต้น ซึ่งประกอบด้วย 2 วิธีดังนี้
2.1 การเร่งเงินสดรับ คือทุกครั้งที่ขายสินค้าหรือให้บริการ กิจการจะต้องเร่งการรับเงินให้เร็วที่สุด
2.2 การชะลอเงินสดจ่าย คือเมื่อซื้อสินค้าหรือบริการ กิจการต้องชำระค่าสินค้าหรือค่าบริการนั้น โดยควรจะยืดเวลาการชำระให้นานที่สุด โดยที่กิจการไม่เสียชื่อเสียงในเรื่องของการชำระค่าสินค้า
3. การนำเงินสดส่วนเกินไปลงทุน
การนำเงินสดส่วนเกินไปลงทุน กิจการควรจะหาหนทางเพื่อลงทุนในสินทรัพย์หมุนเวียนบางประเภท ที่จะสามารถรักษาทั้งสภาพคล่อง ความเสี่ยงน้อย และมีผลตอบแทนที่ควรจะได้รับ จะเห็นได้ว่า เงินสดเป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่งในการดำเนินธุรกิจ หากกิจการบริหารเงินสดไม่ดีไม่มีประสิทธิภาพ กิจการจะมีปัญหา ดังนั้นเจ้าของกิจการจะต้องให้ความสนใจ ควบคุมดูแล เอาใจใส่ ในการบริหารเงินสดเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันไม่ให้กิจการได้รับความเสียหาย
ที่มา : http://www.sme.go.th/cms/c/journal_articles/view_article_content?article_id=VC-FINANCE-010908&article_version=1.0
คำถาม
1.การบริหารเงินสด หมายถึง
2.วัตถุประสงค์ของการบริหารเงินสด คือ
3.การบริหารเงินสดแบ่งเป็นกี่ขั้นตอน อะไรบ้าง จงอธิบาย
วันพุธที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551
6 วิธีในการจัดการเงินสดหมุนเวียนให้มีประสิทธิภาพ
จัดทำบทความโดย
นาย ธนบุตร กอกรรณิกา เลขทะเบียน 48210182
เรื่อง6 วิธีในการจัดการเงินสดหมุนเวียนให้มีประสิทธิภาพ
สิ่งที่ท้าทายในการดำเนินธุรกิจขนาดเล็กประการหนึ่งก็คือสภาพความไม่แน่นอน ผมไม่เพียงแต่กำลังพูดถึงเรื่องการดำเนินธุรกิจที่ต้องมีความต่อเนื่องเท่านั้น แต่ยังพูดถึงการหมุนเวียนของกระแสเงินสดในการดำเนินธุรกิจอีกด้วย ต่อไปนี้เป็นแนวคิดการปรับปรุงเงินสดหมุนเวียนของธุรกิจขนาดเล็ก
เรียกเก็บเงินโดยทันที
คุณเคยประสบกับเหตุการณ์ที่มัวแต่ยุ่งอยู่กับสร้างงานและพยายามส่งงานให้ทันจนลืมเรียกเก็บเงินอยู่เสมอใช่หรือไม่ ไม่ใช่คุณคนเดียวที่เป็นเช่นนั้น ปัญหาที่ร้ายแรงนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นปกติของธุรกิจขนาดเล็ก
หากคุณยังไม่ได้ใช้ระบบการเก็บเงินใดๆ ในขณะนี้ ให้เริ่มต้น (หรือมอบหมายให้พนักงานเริ่มต้น) เรียกเก็บเงินค่าโครงการต่างๆ อย่างเป็นประจำในทันที และเมื่อดำเนินโครงการระยะยาวหรือติดต่อธุรกิจกับลูกค้าในระยะยาวแล้ว ให้เจรจาเป็นการล่วงหน้าในการกำหนดการชำระเงินอย่างสม่ำเสมอแทนที่จะปล่อยให้ยอดหนี้สะสมจนสิ้นสุดโครงการ
สร้างแรงจูงใจให้ชำระเงินคุณเร็วขึ้นกว่าเดิม
บางครั้งธุรกิจขนาดเล็กสามารถลดเวลารอการชำระหนี้ที่ค้างแก่คุณได้อย่างมากด้วยการให้ข้อเสนอลดราคาให้ในกรณีที่ชำระหนี้เร็วขึ้น ผมเคยได้รับใบแจ้งหนี้ในธุรกิจที่เสนอลดให้ 1% หรือ 2% หากชำระภายใน 10 วัน ดังนั้น หากผมมีความคิดที่จะชำระหนี้ภายใน 30 วันอยู่แล้ว ผมคงมีแนวโน้มที่จะรีบเขียนเช็คออกไปทันทีเพื่อจะได้ส่วนลดที่เล็กน้อยนั้น ข้อเสนอดังกล่าวเป็นสิ่งที่ดีทั้งในแง่ของหนี้คงค้างและในแง่เงินสดหมุนเวียนด้วย
หลีกเลี่ยงลูกค้าประเภทชำระหนี้ช้า/ไม่ชำระหนี้ตั้งแต่ต้น
วิธีการที่ดีที่สุดในการหลีกเลี่ยงปัญหาเงินสดหมุนเวียนอันเกิดจากลูกค้าหรือบริษัทต่างๆ ไม่ยอมชำระหนี้ให้แก่คุณก็คือ การตัดลูกค้าประเภทชำระหนี้ช้า/ไม่ชำระหนี้ตั้งแต่ต้นทิ้งไปไม่ให้เป็นลูกค้าของเรา เพราะฉะนั้น หากมีใครบางคนกำลังจะเป็นลูกค้าสำคัญของเรา เราควรทำการบ้านเสียก่อน โดยถามและตรวจสอบความน่าเชื่อถือของลูกค้ารายดังกล่าวจากผู้ที่เคยทำธุรกิจกับเขามาก่อน
ใช้ระบบแลกเปลี่ยนแทนเงินสด
คุณสามารถลดปัญหาเรื่องเงินตึงได้ด้วยการใช้สินค้าหรือบริการที่คุณมีแลกกับสินค้าหรือบริการของผู้อื่น หากสามารถกระทำได้
ลดปริมาณสินค้าคงคลัง
แม้ว่าคุณไม่สามารถใช้ระบบการจัดการสินค้าคงคลังชนิด "just-in-time" ได้ อย่างน้อยก็ควรให้มีลักษณะที่ใกล้เคียงกัน เนื่องจากเงินที่ใช้จ่ายในสินค้าคงคลังเป็นเงินที่ไม่ก่อให้เกิดดอกผลหรือเป็นเงินออมที่คุณสามารถใช้ได้
การลดปริมาณสินค้าคงคลังบางครั้งเป็นสิ่งที่สามารถทำได้โดยง่าย ผมเคยเห็นภัตตาคารที่ลดจำนวนเหล้าไวน์ที่มีบริการลูกค้าให้เหลือยี่ห้อไวน์ที่มีคุณภาพเพียงไม่กี่ยี่ห้อแทนที่จะมีไวน์ทุกชนิดไว้บริการตามความต้องกรของลูกค้าทุกคน แม้ว่าลูกค้าอาจมีรสนิยมที่ดีในการดื่มไวน์ เขาก็ยังคงได้ดื่มไวน์ที่ดีอยู่เหมือนเดิมโดยไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด
การลดจำนวนเจ้าหนี้เงินกู้ให้น้อยลง
ผมทราบว่าการขอกู้เงินของธุรกิจขนาดเล็กเป็นเรื่องยากลำบากมาก แต่ก็แปลกใจที่มีบางรายสามารถกู้เงินได้หลายทางด้วยกัน มีธุรกิจขนาดเล็กรายหนึ่งที่ผมรู้จัก มีพนักงานเพียงหนึ่งคน แต่มีการกู้เงินที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของเขาถึง 4 ประเภทด้วยกันคือ เงินกู้สำหรับอุปกรณ์เครื่องมือ เงินกู้รถยนต์ วงเงินกู้เพื่อดำเนินธุรกิจ และบัตรเครดิตสำหรับธุรกิจ
หากคุณมีเงินกู้อยู่หลายประเภทในการดำเนินธุรกิจของคุณ ให้พิจารณาดูว่า อัตราดอกเบี้ยและเงื่อนไขของแต่ละรายเป็นอย่างไร คุณอาจสามารถรวมจำนวนผู้ให้กู้ 2 รายหรือมากกว่านั้น ให้เป็นรายเดียวโดยมีอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าเพื่อทำให้เงินสดหมุนเวียนของคุณดีขึ้น โดยปกติ ผมเป็นคนที่ไม่ชอบยืดระยะเวลาการชำระหนี้เท่าใดนัก แต่ถ้าหากคุณมีความคิดที่จะเจรจากับผู้ให้กู้เพื่อการรวมเงินกู้ทั้งหมดที่มีอยู่ให้เป็นเงินกู้รายเดียว คุณควรเจรจาให้เงินกู้ใหม่นี้มีระยะการชำระหนี้ที่ยาวกว่าเดิมเพื่อแลกกับยอดการชำระรายเดือนที่ต่ำลง
ที่มา : http://www.sme.go.th/cms/c/journal_articles/view_article_content?article_id=VC05-07-C07&article_version=1.0
คำถาม
1.การลดจำนวนเจ้าหนี้เงินกู้ในน้อยลง ควรพิจารณาจากปัจจัยใดบ้าง เพราะอะไร ?
2.ในการจัดระบบการเก็บเงินโดยทันที สามารถทำได้อย่างไร ?
3. การสร้างแรงจูงใจในการรับชำระเงินให้เร็วขึ้นสามารถทำได้อย่างไร ?
นาย ธนบุตร กอกรรณิกา เลขทะเบียน 48210182
เรื่อง6 วิธีในการจัดการเงินสดหมุนเวียนให้มีประสิทธิภาพ
สิ่งที่ท้าทายในการดำเนินธุรกิจขนาดเล็กประการหนึ่งก็คือสภาพความไม่แน่นอน ผมไม่เพียงแต่กำลังพูดถึงเรื่องการดำเนินธุรกิจที่ต้องมีความต่อเนื่องเท่านั้น แต่ยังพูดถึงการหมุนเวียนของกระแสเงินสดในการดำเนินธุรกิจอีกด้วย ต่อไปนี้เป็นแนวคิดการปรับปรุงเงินสดหมุนเวียนของธุรกิจขนาดเล็ก
เรียกเก็บเงินโดยทันที
คุณเคยประสบกับเหตุการณ์ที่มัวแต่ยุ่งอยู่กับสร้างงานและพยายามส่งงานให้ทันจนลืมเรียกเก็บเงินอยู่เสมอใช่หรือไม่ ไม่ใช่คุณคนเดียวที่เป็นเช่นนั้น ปัญหาที่ร้ายแรงนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นปกติของธุรกิจขนาดเล็ก
หากคุณยังไม่ได้ใช้ระบบการเก็บเงินใดๆ ในขณะนี้ ให้เริ่มต้น (หรือมอบหมายให้พนักงานเริ่มต้น) เรียกเก็บเงินค่าโครงการต่างๆ อย่างเป็นประจำในทันที และเมื่อดำเนินโครงการระยะยาวหรือติดต่อธุรกิจกับลูกค้าในระยะยาวแล้ว ให้เจรจาเป็นการล่วงหน้าในการกำหนดการชำระเงินอย่างสม่ำเสมอแทนที่จะปล่อยให้ยอดหนี้สะสมจนสิ้นสุดโครงการ
สร้างแรงจูงใจให้ชำระเงินคุณเร็วขึ้นกว่าเดิม
บางครั้งธุรกิจขนาดเล็กสามารถลดเวลารอการชำระหนี้ที่ค้างแก่คุณได้อย่างมากด้วยการให้ข้อเสนอลดราคาให้ในกรณีที่ชำระหนี้เร็วขึ้น ผมเคยได้รับใบแจ้งหนี้ในธุรกิจที่เสนอลดให้ 1% หรือ 2% หากชำระภายใน 10 วัน ดังนั้น หากผมมีความคิดที่จะชำระหนี้ภายใน 30 วันอยู่แล้ว ผมคงมีแนวโน้มที่จะรีบเขียนเช็คออกไปทันทีเพื่อจะได้ส่วนลดที่เล็กน้อยนั้น ข้อเสนอดังกล่าวเป็นสิ่งที่ดีทั้งในแง่ของหนี้คงค้างและในแง่เงินสดหมุนเวียนด้วย
หลีกเลี่ยงลูกค้าประเภทชำระหนี้ช้า/ไม่ชำระหนี้ตั้งแต่ต้น
วิธีการที่ดีที่สุดในการหลีกเลี่ยงปัญหาเงินสดหมุนเวียนอันเกิดจากลูกค้าหรือบริษัทต่างๆ ไม่ยอมชำระหนี้ให้แก่คุณก็คือ การตัดลูกค้าประเภทชำระหนี้ช้า/ไม่ชำระหนี้ตั้งแต่ต้นทิ้งไปไม่ให้เป็นลูกค้าของเรา เพราะฉะนั้น หากมีใครบางคนกำลังจะเป็นลูกค้าสำคัญของเรา เราควรทำการบ้านเสียก่อน โดยถามและตรวจสอบความน่าเชื่อถือของลูกค้ารายดังกล่าวจากผู้ที่เคยทำธุรกิจกับเขามาก่อน
ใช้ระบบแลกเปลี่ยนแทนเงินสด
คุณสามารถลดปัญหาเรื่องเงินตึงได้ด้วยการใช้สินค้าหรือบริการที่คุณมีแลกกับสินค้าหรือบริการของผู้อื่น หากสามารถกระทำได้
ลดปริมาณสินค้าคงคลัง
แม้ว่าคุณไม่สามารถใช้ระบบการจัดการสินค้าคงคลังชนิด "just-in-time" ได้ อย่างน้อยก็ควรให้มีลักษณะที่ใกล้เคียงกัน เนื่องจากเงินที่ใช้จ่ายในสินค้าคงคลังเป็นเงินที่ไม่ก่อให้เกิดดอกผลหรือเป็นเงินออมที่คุณสามารถใช้ได้
การลดปริมาณสินค้าคงคลังบางครั้งเป็นสิ่งที่สามารถทำได้โดยง่าย ผมเคยเห็นภัตตาคารที่ลดจำนวนเหล้าไวน์ที่มีบริการลูกค้าให้เหลือยี่ห้อไวน์ที่มีคุณภาพเพียงไม่กี่ยี่ห้อแทนที่จะมีไวน์ทุกชนิดไว้บริการตามความต้องกรของลูกค้าทุกคน แม้ว่าลูกค้าอาจมีรสนิยมที่ดีในการดื่มไวน์ เขาก็ยังคงได้ดื่มไวน์ที่ดีอยู่เหมือนเดิมโดยไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด
การลดจำนวนเจ้าหนี้เงินกู้ให้น้อยลง
ผมทราบว่าการขอกู้เงินของธุรกิจขนาดเล็กเป็นเรื่องยากลำบากมาก แต่ก็แปลกใจที่มีบางรายสามารถกู้เงินได้หลายทางด้วยกัน มีธุรกิจขนาดเล็กรายหนึ่งที่ผมรู้จัก มีพนักงานเพียงหนึ่งคน แต่มีการกู้เงินที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของเขาถึง 4 ประเภทด้วยกันคือ เงินกู้สำหรับอุปกรณ์เครื่องมือ เงินกู้รถยนต์ วงเงินกู้เพื่อดำเนินธุรกิจ และบัตรเครดิตสำหรับธุรกิจ
หากคุณมีเงินกู้อยู่หลายประเภทในการดำเนินธุรกิจของคุณ ให้พิจารณาดูว่า อัตราดอกเบี้ยและเงื่อนไขของแต่ละรายเป็นอย่างไร คุณอาจสามารถรวมจำนวนผู้ให้กู้ 2 รายหรือมากกว่านั้น ให้เป็นรายเดียวโดยมีอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าเพื่อทำให้เงินสดหมุนเวียนของคุณดีขึ้น โดยปกติ ผมเป็นคนที่ไม่ชอบยืดระยะเวลาการชำระหนี้เท่าใดนัก แต่ถ้าหากคุณมีความคิดที่จะเจรจากับผู้ให้กู้เพื่อการรวมเงินกู้ทั้งหมดที่มีอยู่ให้เป็นเงินกู้รายเดียว คุณควรเจรจาให้เงินกู้ใหม่นี้มีระยะการชำระหนี้ที่ยาวกว่าเดิมเพื่อแลกกับยอดการชำระรายเดือนที่ต่ำลง
ที่มา : http://www.sme.go.th/cms/c/journal_articles/view_article_content?article_id=VC05-07-C07&article_version=1.0
คำถาม
1.การลดจำนวนเจ้าหนี้เงินกู้ในน้อยลง ควรพิจารณาจากปัจจัยใดบ้าง เพราะอะไร ?
2.ในการจัดระบบการเก็บเงินโดยทันที สามารถทำได้อย่างไร ?
3. การสร้างแรงจูงใจในการรับชำระเงินให้เร็วขึ้นสามารถทำได้อย่างไร ?
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)